กลยุทธ์ดี แต่ทำไมผลลัพธ์ไม่มา? BTS Thailand ชวนองค์กรไทย Rewire ระบบการทำงาน ปลดล็อกข้อจำกัด สู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้จริง
หนึ่งในปัญหาใหญ่ขององค์กรยุคนี้ คือ หลายแห่งไม่ได้ขาดกลยุทธ์ เทคโนโลยี หรือผู้นำที่มีศักยภาพ แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนสิ่งเหล่านั้นให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ตามเป้า เพราะความท้าทายสำคัญไม่ได้อยู่ที่การวางแผน แต่อยู่ที่การทำให้ทั้งองค์กรขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันได้จริง
จากโจทย์นี้ BTS Business Consulting (Thailand) หรือ BTS Thailand ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาผู้นำและการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงองค์กร จึงจัดงาน “Rewiring Enterprise Performance: ปลดล็อกข้อจำกัด สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้จริง” เพื่อชวนผู้บริหารเจาะลึกความท้าทายของการขับเคลื่อนองค์กรยุคใหม่ ผ่าน 4 แกนสำคัญ ได้แก่ Judgment at Speed, Operating Reinvention, Commercial Alignment และ Leadership Continuity เพื่อให้องค์กรตัดสินใจได้คมขึ้น ทำงานเชื่อมโยงกันมากขึ้น และเปลี่ยนศักยภาพขององค์กรให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้
Judgment at Speed: เมื่อองค์กรต้องตัดสินใจเร็วขึ้น แต่คุณภาพไม่ได้ดีขึ้นเสมอไป
ในวันที่คู่แข่งขยับเร็ว ความต้องการของลูกค้าเปลี่ยนไว และ AI ทำให้ธุรกิจต้องปรับตัวเร็วกว่าที่เคย ผู้นำจึงไม่สามารถรอให้ข้อมูลครบถ้วน 100% ก่อนตัดสินใจได้เสมอไป อย่างไรก็ตาม ความเร็วไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ที่สุด แต่คือความไม่ชัดเจนของระบบการตัดสินใจภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอำนาจการตัดสินใจ ความรับผิดชอบ หรือการกำหนดว่าเรื่องใดควรตัดสินใจทันที ส่งผลให้ทุกเรื่องดูสำคัญไปหมดจนไม่มีใครกล้าเลือก ไม่กล้าตัดสิ่งที่ไม่ใช่ และสุดท้ายการตัดสินใจจำนวนมากก็ไม่ถูกผลักดันไปสู่ผลลัพธ์ที่ชัดเจน
ในมุมของ BTS Thailand การตัดสินใจที่ดีในยุคนี้จึงไม่ใช่การรอให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ แต่คือการสร้างระบบที่ทำให้องค์กรตัดสินใจได้เร็วพอ คมพอ และรับผิดชอบร่วมกันมากพอ ผู้นำจึงต้องตัดสินใจให้ทันต่อสถานการณ์ โดยไม่ละเลยผลกระทบที่อาจตามมา และมองให้ชัดว่า อะไรคือความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้ อะไรคือสิ่งที่ต้องแลกเพื่อให้ธุรกิจเดินหน้า และการตัดสินใจนั้นจะส่งผลต่อองค์กร ลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างไร เพราะสุดท้าย การตัดสินใจจะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อถูกนำไปปฏิบัติ และสร้างผลลัพธ์ให้กับองค์กรได้จริง
Operating Reinvention: เมื่อกลยุทธ์ดี แต่ Execution รั่วระหว่างทาง
“หลายองค์กรมีแผนกลยุทธ์ที่ดี เป้าหมายชัด และทีมงานที่ตั้งใจทำงาน แต่เมื่อแผนถูกส่งต่อจากห้องประชุมไปสู่การปฏิบัติจริง ผลลัพธ์กลับไม่เกิดขึ้นตามที่คาดหวัง” คุณอริญญา เถลิงศรี Senior Vice President, Local Partner & Managing Director, BTS Thailand กล่าว
เธอชี้ว่า สิ่งที่ฉุดรั้งองค์กรไว้ในหลายครั้งไม่ใช่กลยุทธ์ แต่คือ “รอยรั่ว” ในระบบการทำงานระหว่างการตัดสินใจกับการลงมือทำจริง ไม่ว่าจะเป็นการประชุมหลายรอบแต่ไม่เกิดการตัดสินใจ ตัดสินใจแล้วแต่ไม่มีเจ้าของผลลัพธ์ที่ชัดเจน ทุกเรื่องถูกมองว่าสำคัญจนทีมไม่รู้ว่าควรให้ความสำคัญกับอะไรก่อน หรือปัญหาหน้างานถูกเก็บไว้จนผู้บริหารรับรู้เมื่อสายเกินแก้
ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่จำนวนการประชุม แต่อยู่ที่การทำให้ทุกการประชุมนำไปสู่การตัดสินใจและความรับผิดชอบที่ชัดเจน เช่นเดียวกับ Amazon ที่ออกแบบการประชุมให้เป็นพื้นที่สำหรับการถกเถียงและตัดสินใจ มากกว่าการรายงานความคืบหน้าเพียงอย่างเดียว
ดังนั้น การออกแบบระบบการทำงาน จึงต้องเริ่มจากการกำหนดให้ชัดว่า เวทีประชุมไหนควรตัดสินใจเรื่องอะไร เรื่องใดต้องส่งต่อให้ผู้บริหารทันที ใครคือเจ้าของผลลัพธ์ และควรติดตามงานด้วยความถี่แบบใด ขณะเดียวกัน ผู้นำต้องกล้าเลือกว่าอะไรสำคัญจริง อะไรควรหยุด และสร้างวัฒนธรรมที่ทำให้ทีมกล้ายกปัญหาขึ้นมาเร็ว เพราะในโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การซ่อนปัญหามีต้นทุนสูงกว่าการการเผชิญหน้ากับปัญหาตั้งแต่ต้น ที่สำคัญหากองค์กรปล่อยให้ระบบการทำงานไม่ชัดเจนต่อไป สิ่งที่สูญเสียอาจไม่ใช่แค่เวลาและพลังงานของทีม แต่รวมถึงความเชื่อมั่นและโอกาสทางธุรกิจ
Commercial Alignment: เมื่อทำงานหนักขึ้น แต่รายได้ยังไม่ถึงเป้า
อีกหนึ่งโจทย์สำคัญของผู้บริหาร คือ เหตุใดองค์กรทำงานหนักขึ้น ประสิทธิภาพดีขึ้น ต้นทุนลดลง และพนักงานมีส่วนร่วมมากขึ้น แต่รายได้กลับยังไม่เติบโตตามที่คาดหวัง
ในมุมของ BTS Thailand ปัญหานี้ไม่ได้อยู่ที่องค์กรทำงานไม่มากพอ แต่อยู่ที่งานของแต่ละส่วนเชื่อมโยงกับคุณค่าที่ลูกค้ามองเห็น และผลลัพธ์ทางธุรกิจเดียวกันได้ชัดเจนแค่ไหน เพราะแม้แต่ละทีมจะทำงานได้ดีขึ้น แต่หากสิ่งที่ทำไม่ได้เชื่อมโยงกับสิ่งที่ลูกค้าให้ความสำคัญ ผลลัพธ์ทางธุรกิจก็อาจไม่เกิดขึ้นตามที่คาดหวัง
ดังนั้น ก่อนจะเร่งเพิ่มกิจกรรมทางการขายหรือการตลาด องค์กรต้องมองให้ชัดก่อนว่า “รอยรั่ว” ที่ทำให้รายได้ไม่เติบโตตามเป้าอยู่ตรงไหน ผ่านกรอบ 5Cs Commercial Diagnostic เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่กำลังขับเคลื่อนหรือฉุดรั้งผลลัพธ์ทางธุรกิจ ตั้งแต่ Clarity ความชัดเจนของทิศทางและความได้เปรียบในการแข่งขัน, Coverage การจัดทรัพยากรไปยังลูกค้าและโอกาสที่มีศักยภาพ, Capability ความสามารถของทีมในการสร้างคุณค่าให้ลูกค้า, Cadence จังหวะการติดตามผลและปรับตัวตามตลาด และ Confidence ความมั่นใจว่า KPI และพฤติกรรมที่องค์กรกำลังวัดนั้นเชื่อมโยงกับรายได้จริง
ท้ายที่สุดแล้ว Commercial Alignment ไม่ได้เป็นเรื่องของฝ่ายขายเพียงฝ่ายเดียว แต่คือการทำให้ทั้งองค์กรเดินไปในทิศทางเดียวกัน ตั้งแต่กลยุทธ์ การจัดสรรทรัพยากร ไปจนถึงการลงมือปฏิบัติ เพื่อเปลี่ยนคุณค่าที่ส่งมอบให้ลูกค้าให้กลายเป็นการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน
Leadership Continuity: เมื่อการเปลี่ยนผ่านผู้นำอาจทำให้ Performance สะดุด
แม้องค์กรจะตัดสินใจได้ดีขึ้น ทำงานได้ดีขึ้น และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ดีขึ้น แต่ Performance ก็ยังสะดุดได้ หากองค์กรไม่มีความต่อเนื่องของผู้นำ โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนผ่านของผู้บริหารระดับสูง ซึ่งอาจกระทบทั้งทิศทาง ความเชื่อมั่น และความเร็วในการขับเคลื่อนองค์กร
ปัญหาคือ หลายองค์กรยังเลือกผู้นำคนถัดไปจากความสำเร็จในอดีต หรือความเชื่อว่าคนที่เคยชนะในเกมเดิม จะสามารถพาองค์กรชนะในเกมถัดไปได้เช่นกัน ทั้งที่เมื่อบริบทของธุรกิจเปลี่ยนไป ผู้นำที่เคยเหมาะกับโจทย์เดิม อาจไม่ใช่ผู้นำที่พร้อมสำหรับโจทย์ใหม่
ในมุมของ BTS Thailand การสืบทอดผู้นำจึงไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อมีตำแหน่งว่าง แต่เป็นระบบที่ต้องเริ่มจากการมองให้ชัดว่า องค์กรกำลังจะเผชิญความท้าทายอะไร และผู้นำคนถัดไปต้องมีความสามารถแบบใดเพื่อพาองค์กรไปข้างหน้า การเตรียมผู้นำจึงไม่ควรอาศัยความรู้สึกหรือประสบการณ์ที่ผ่านมาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการประเมินศักยภาพอย่างเป็นระบบ และวางแผนรองรับช่วงเปลี่ยนผ่านอย่างชัดเจน เพราะความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดขององค์กรไม่ใช่การขาดผู้นำ แต่คือการไม่มีผู้นำที่พร้อมสำหรับโจทย์ถัดไป
จะเห็นว่า การ “Rewiring Enterprise Performance” องค์กรไม่ใช่การแก้ปัญหาเฉพาะจุด แต่คือการมองทั้งระบบว่า รอยรั่วที่ฉุด Performance อยู่ตรงไหน และควรเริ่มเปลี่ยนจากจุดใด เพื่อให้กลยุทธ์ไม่หยุดอยู่บนกระดาษ แต่กลายเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจริง เพราะในโลกที่องค์กรเข้าถึงกลยุทธ์ เทคโนโลยี และข้อมูลได้ใกล้เคียงกัน ความได้เปรียบอาจไม่ได้อยู่ที่ใครวางแผนได้ดีกว่า แต่อยู่ที่ใครมีระบบที่เปลี่ยนแผนให้กลายเป็นผลลัพธ์ได้จริง
ด้วยประสบการณ์กว่า 40 ปีในการทำงานร่วมกับองค์กรชั้นนำทั่วโลก BTS Thailand มุ่งนำแนวทางระดับโลกมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย เพื่อช่วยให้องค์กรขับเคลื่อนกลยุทธ์สู่ผลลัพธ์ได้จริง ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/BTS.AB.Thailand และ https://bts.com/location/th-en